สาสน์จากประธานกรรมการ

สาสน์จากประธานกรรมการ

บริษัท โรงพยาบาลรามคำแหง จำกัด (มหาชน) เปิดดำเนินการตั้งแต่ปี 2531 จนถึงปัจจุบัน เน้นการรักษาโรคโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางพร้อมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย และความเชี่ยวชาญของบุคคลากร ในการดูแลผู้มาใช้บริการ เพื่อให้ทุกชีวิตที่มีคุณค่าได้รับความปลอดภัย และการดูแลเอาใจใส่จากผู้เชี่ยวชาญทุกด้าน

ในปี 2563 ที่ผ่านมานั้น นับเป็นปีที่ทุกภาคส่วน ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก เผชิญปัญหาใหญ่ร่วมกันได้แก่ COVID-19 ทางโรงพยาบาลได้พยายามอย่างดีที่สุด ในการสร้างความปลอดภัยให้กับผู้มาใช้บริการรวมถึงบุคลากร และรวบรวมข้อมูลต่างๆ ที่จะช่วยในการบริหารจัดการ COVID-19 ให้กับโรงพยาบาลและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยในการควบคุมโรค โดยเป็นโรงพยาบาลแรกที่เปิดศูนย์ Drive Thru ในประเทศไทย สามารถลดการสัมผัส และปิดโอกาสในการติดเชื้อ ทำให้ผู้ที่มีความเสี่ยงไม่ต้องลงจากพาหนะ และผู้ที่ไม่มีเชื้อลดโอกาสในการสัมผัสเชื้อ นอกเหนือจากมาตรการคัดกรองผู้มาใช้บริการที่เคร่งครัด รวมถึงการคัดแยกผู้ป่วยที่จะเข้ามารักษาตัวในโรงพยาบาล เพื่อให้ความมั่นใจกับผู้มารับบริการท่านอื่นๆ ต่อมา โรงพยาบาลได้พัฒนาไปอีกขั้น โดยการเปิด คลินิค ไข้ ไอ เจ็บคอ (Drive In)  ที่มีมาตรการในการลดการสัมผัส แยกผู้มีความเสี่ยง การฆ่าเชื้อในห้องตรวจด้วยรังสี UV หลังการใช้งานทุกครั้ง ทำให้ผู้ที่มารับบริการมีทางเลือกและความมั่นใจ ในมาตรฐานความปลอดภัยระหว่างมาใช้บริการ โดยตั้งห่างจากอาคารโรงพยาบาลตามเกณฑ์ เพื่อแยกผู้ที่อาจจะมีความเสี่ยงจากโรงพยาบาล

แม้ในภาวะที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19  ที่ทำให้คนไข้ลดลงจากโรคทั่วไป แต่ทางโรงพยาบาลรามคำแหง ยังสามารถรักษาฐานผู้ป่วยโรคซับซ้อน หรือโรคเรื้อรังไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ตอกย้ำถึงความ สามารถของทีมแพทย์ และความเชื่อใจของผู้มารับบริการ นอกจากนั้นทางโรงพยาบาลยังได้เปิดแผนกฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจและปอด (Cardiac Rehabilitation Department) ที่ดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การออกกำลังกาย (Sport Physiologist) โดยคณะผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การกีฬา ที่จะทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างแข็งแรง ตามความเหมาะสมและภาวะของร่างกาย นอกเหนือจากจะช่วยฟื้นฟูสุขภาพของผู้สูงวัยหรือผู้ป่วยแล้ว ยังสามารถเพิ่มความฟิตให้กับคนที่แข็งแรง รวมถึงช่วยวางแผนให้ถึงเป้าหมายความแข็งแรงตามที่ต้องการได้อีกด้วย

จากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2563  ที่คาดว่าจะลดลงร้อยละ 6.0 การบริโภคภาคเอกชนที่ลดลงร้อยละ 0.9 และอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยที่ร้อยละ -0.9  โรงพยาบาลรามคำแหงยังคงเดินหน้าโครงการ “โรงพยาบาลรามคำแหง 2”ด้วยความรอบคอบและระมัดระวังอย่างเต็มความสามารถ เพื่อเพิ่มความสามารถในการบริการ และรองรับคนไข้ได้มากขึ้นในอนาคต โดยมีเป้าหมายเป็นเครือข่ายโรงพยาบาลคุณภาพของกรุงเทพโซนตะวันออก นอกจากนี้กลุ่มโรงพยาบาลรามคำแหง ได้ลงทุนเพิ่มในโรงพยาบาลวิภารามโดยถือหุ้นร้อยละ 50 และแปลงสถานะมาเป็นบริษัทย่อย เพื่อสะท้อนศักยภาพของกลุ่มโรงพยาบาลรามคำแหงในการให้การดูแลรักษาผู้ป่วยทุกระดับ สำหรับโครงการลงทุนขยายงานไปในพื้นที่อื่นๆ โรงพยาบาลรามคำแหงยังคงพิจารณาด้วยความรอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อให้ทุกโครงการเป็นไปตามแผนการเติบโตและความมั่นคงของกิจการที่ตั้งไว้

ทางโรงพยาบาลมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยงานต่างๆ ทั้งในการดูแลผู้ป่วยและอำนวยความสะดวกผู้มารับบริการ และบุคลากรของโรงพยาบาล เพื่อให้ข้อมูลมีความแม่นยำ ถูกต้อง รวดเร็ว โดยพัฒนามาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 10 ปี จนเห็นผลลัพธ์ผ่าน Smart OPD Program และ Smart Ward Program ทำให้แพทย์และพยาบาลสามารถติดตามและดูข้อมูลของผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง รวมถึงการทำให้คนไข้มีความปลอดภัยมากขึ้นในการรับการรักษาและเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ  อีกทั้งมีการพัฒนา Infrastructure Data Center บนระบบคลาวน์ของบริษัท DELL ซึ่งเป็นบริษัทคอมพิวเตอร์ระดับโลก มาใช้ดำเนินการในเครือข่ายโรงพยาบาลรามคำแหง รวมถึงการเป็นพันธมิตร กับ Apple Inc ในการนำอุปกรณ์ต่างๆ  เช่น iPad และ iPad mini เข้ามาใช้งาน ในการให้บริการผู้เข้ามาใช้บริการทางโรงพยาบาล นอกจากนั้น โรงพยาบาลยังได้รับรางวัลโล่ประกาศเกียรติคุณ โครงการ  Muang Thai Life Assurance Hospital Award 2019  จากบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต ด้วยคะแนนเต็ม 100 คะแนน  จากการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าโดย บริษัท Nielsen เป็นผู้สำรวจ

ในฐานะบริษัทของคนไทย  การเป็นส่วนหนึ่งที่ดีของสังคม เป็นสิ่งที่โรงพยาบาลตระหนักถึงความสำคัญโดยเสมอมา  ทางโรงพยาบาลจึงได้สนับสนุนให้มีการทำกิจกรรมตอบแทนสังคม อาทิ เช่น รับบริจาคโลหิต ร่วมกับสภากาชาดไทยในปี 2563  จำนวน 4 ครั้ง  ณ ห้องประชุมชั้น 10 อาคาร 3  โรงพยาบาลรามคำแหง  รวมถึง

โครงการ “อุ่นรัก…ไอราม” ครั้งที่ 9 ปีที่ 10  ที่รวบรวมอุปกรณ์การเรียน  อุปกรณ์กีฬา  ผ้าห่มกันหนาว  ของเล่น และเงินสนับสนุน จำนวน 146,584 บาท  ให้กับโรงเรียนบ้านสาวเอ้  อำเภอคูเมือง  จังหวัดบุรีรัมย์  ภายใต้โครงการ “Go to Buriram ชวนกันมาปัน…ปันนี้เพื่อน้อง” และเพื่ออนุรักษ์ผืนป่า อันเป็นมรดกให้กับลูกหลานชาวไทยสืบไป  ทางโรงพยาบาลในเครือรามคำแหงประกอบด้วย โรงพยาบาลรามคำแหง  โรงพยาบาลเชียงใหม่ราม   และ โรงพยาบาลลานนา  ได้ร่วมกันมอบเงินเข้า  “กองทุนเพื่อผู้พิทักษ์ป่า” จำนวน 600,000 บาท  พร้อมกันนั้น  โรงพยาบาลรามคำแหงได้ออกหน่วยแพทย์ฉุกเฉินและหน่วยปฐมพยาบาลเป็นปีที่ 3 ในงานจักรยานระดับนานาชาติ  “ปั่นสองน่อง ท่องอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์” โดยมีทีมแพทย์ฉุกเฉินพร้อมรถพยาบาล ติดตั้งอุปกรณ์กู้ชีพประจำจุดเส้นทางปั่น  เพื่อดูแลนักปั่นที่มารวมตัวกว่า 4,000 คน และในการร่วมมือกับ บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)  โรงพยาบาลรามคำแหงได้มอบ อุปกรณ์กีฬา อุปกรณ์การเรียน และตู้ยาสามัญประจำบ้าน  เพื่อส่งเสริมสุขภาพน้องๆ เยาวชนของชาติ   ผ่าน โครงการ Ocean Life & Ram Hospital สานฝันให้น้อง ณ โรงเรียนบ้านพุเตย  อำเภอไทรโยค  จังหวัดกาญจนบุรี

ทางคณะกรรมการเห็นว่าปี 2564  น่าจะเริ่มเป็นปีที่ดีขึ้น จากการเริ่มฉีดวัคซีนสำหรับ COVID-19  และคงเห็นภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจประเทศไทยที่ดีขึ้นเป็นลำดับ  อย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งทางคณะกรรมการและทีมงานจะดำเนินการด้วยความรอบคอบ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหุ้นที่มอบความไว้วางใจ และพิจารณาถึงผลกระทบกับทุกภาคส่วนอย่างดีที่สุด เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนและมั่นคงของโรงพยาบาลรามคำแหงและยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย

ในนามคณะกรรมการบริษัท ขอขอบพระคุณผู้ถือหุ้นทุกท่าน ที่ยังให้ความไว้วางใจ  และสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการตลอดมา พวกเรายังคงจะดำเนินงานภายใต้หลักธรรมาภิบาลและจริยธรรม รวมถึงยึดหลักความโปร่งใส ในการบริหารและดำเนินการ  เพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้น  ผู้เข้ามาใช้บริการ  ผู้ทำงานทุกท่าน  และสังคมไทย  เช่นที่ปฏิบัติเสมอมา

นายแพทย์เอื้อชาติ กาญจนพิทักษ์

 ประธานกรรมการบริษัท